ทั้งนี้ เมื่อนำสารดังกล่าวไปทำเป็นชาใบมะละกอเข้มข้นสูงก็จะออกฤทธิ์กับเซลล์เนิ้องอกได้ดี เพราะสารดังกล่าวจะไปสร้างโมเลกุลที่ชื่อ "Th1-type cytokines" ซึ่งควบคุมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และระบบภูมิคุ้มกันก็จะไปกำจัดเซลล์เนื้อร้ายต่อไป
ส่วนประโยชน์ของมะละกออื่นๆอีกมีดังนี้
ผลมะละกอ(โดยเฉพาะผลดิบ) จะมียางสีขาวข้นที่นำมาใช้ประโยชน์โดยสกัดเป็นเอนไซม์ปาเปอีน(Papain) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและยังใช้หมักเนื้อ(ปรุงอาหาร)ทำให้เนื้อนุ่มอีกด้วย ประโยชน์ของยางมะละกอถูกใช้ในการปรุงอาหารโดยใส่ในหม้อขณะต้มเนื้อเพื่อเร่งให้เนื้อเปื่อยเร็วขึ้น ผลมะละกอทั้งผลดิบและผลสุกยังมีประโยชน์อีกหลายอย่าง ผลมะละกอดิบมีสรรพคุณทางยาสามารถใช้เป็นพืชสมุนไพรช่วยขับปัสสาวะ เป็นยาระบายอ่อนๆ นอกจากนี้ผลมะละกอดิบยังนำไปใช้ทำเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรคือ ชามะละกอที่มีสรรพคุณในการช่วยล้างลำไส้ โดยบริเวณผนังลำไส้ของคนเราจะมีคราบไขมันเกาะติดอยู่เนื่องจากการกินอาหารที่ผัดด้วยน้ำมันเป็นประจำ คราบไขมันนี้จะเป็นตัวคอยขัดขวางไม่ให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้อย่างเต็มที่ การดื่มชามะละกอเป็นประจำจึงเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพช่วยล้างคราบไขมันที่ผนังลำไส้ทำให้ระบบดูดซึมสารอาหารของลำไส้ทำงานได้อย่างเต็มที่
ประโยชน์ของมะละกอดิบ ที่เป็นที่รู้จักกันดีอีกอย่างหนึ่งคือการนำไปปรุงเป็นอาหาร "ส้มตำ" ซึ่งถือว่าเป็น "อาหารเพื่อสุขภาพ" ที่คนรู้จักกันดี ส่วนผลมะละกอสุกมีประโยชน์หลายอย่างไม่แพ้ผลมะละกอดิบเลยคือการกินผลมะละกอสุกจะช่วยบำรุงธาตุ เป็นตัวช่วยย่อยอาหารทำให้ระบบขับถ่ายดีและยังมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ทำให้ท้องไม่ผูก ผลมะละกอสุกยังนำไปทำเป็นเครื่องดื่มคือ "น้ำมะละกอ" ใช้ดื่มหลังอาหารช่วยในการย่อยอาหารและลดกรดในกระเพาะอาหารทำให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้นเนื่องจากในผลมะละกอมีเอนไซม์ปาเปอีน(Papain) นั่นเอง
มะละกอสุกยังมีประโยชน์อีกอย่างที่สำคัญคือ ในผลสุกจะมีวิตามินเอ แคลเซียม วิตามินบี1 วิตามินบี2 และสารอาหารที่สำคัญสำหรับคุณสาวๆ นั่นคือ เบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีสรรพคุณในด้านความงามเช่น บำรุงผิวพรรณ ลดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ชะลอความแก่ ฯลฯ นับได้ว่ามะละกอเป็นผลไม้เพื่อความงามก็ไม่น่าจะผิด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น