ยิ่งไปกว่านั้น สิวเจ้ากรรมก็ยังขึ้นเห่อเต็มหน้า คิดแล้วก็ได้แต่เจ็บช้ำระกำใจอยู่คนเดียว พอคิดจะพึ่งยาแก้สิว นอกจากจะทำให้สิ้นเปลืองเงินแล้ว ยังแอบกลัวว่าจะมีผลข้างเคียงตามมา เพราะเห็นเพื่อนบางคนหน้าลอก แล้วตามมาด้วยหน้าดำเพราะเผลอไปตากแดดช่วงที่หมอห้าม
คงมีอีกหลายคนที่ลังเลว่าจะใช้ยาของหมอดี หรือใช้สมุนไพรจากธรรมชาติดี ถ้าเลือกใช้สมุนไพรจากธรรมชาติ สิ่งที่ควรทราบอย่างหนึ่งคือ ต้องใจเย็นๆค่ะ เพราะไม่สามารถเห็นผลเร็วเหมือนการใช้ยาที่ทำจากสารเคมี แต่ข้อดีคือไม่ต้องกลัวสารตกค้าง สำหรับหนุ่มๆสาวๆที่ประสบปัญหาหน้ามัน ปั้นสวยด้วยมือคุณมีสูตรพอกหน้าจากมะละกอมาฝาก แต่ก่อนอื่นไปรู้จักสรรพคุณของมะละกอกันก่อนค่ะ
ปลูกมะละกอได้ทั้งอาหารและยา
ถ้าบ้านไหนยังเหลือเนื้อที่ว่างๆ แล้วยังไม่รู้จะปลูกอะไรดี อยากชวนให้มาลองปลูกมะละกอกันค่ะ สักต้นสองต้นก็ยังดี นอกจากจะได้มะละกอไว้ทำส้มตำหรือ แกง ผัดแล้ว ในยามฉุกเฉินมะละกอก็ยังเป็นยาสามัญประจำบ้านได้อีกด้วย เพราะตามตำราแพทย์แผนไทย มะละกอมีสรรพคุณแก้ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ถ่ายพยาธิ ขับประจำเดือน แก้โรคระดู แก้ธาตุไม่ปรกติ แก้โรคกระเพาะอาหาร แก้ร้อนใน เป็นยาบำรุงธาตุใครที่ถูกตะขาบต่อย ให้กรีดลูกมะละกอดิบ เอายางที่ไหลซึมออกมานั้นป้ายลงที่แผลซึ่งถูกตะขาบต่อย อาการปวดจะดีขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถนำลูกมะละกอมาต้ม เอาน้ำดื่ม แก้เมาสารหนู หรือจะใช้แก้อาการปวดฟัน โดยนำเปลือกต้นมะละกอกับเกลือทะเล ใส่หม้อดินต้มน้ำพอควร เคี่ยวให้เดือดนานสักครู่หนึ่ง ใช้น้ำยาอมเวลา เช้า-เย็น อาการปวดฟันจะดีขึ้นภายใน 3 วัน (สูตรนี้มีคำยืนยันจากผู้ที่เคยใช้บอกว่าได้ผลดีชะงัดนัก)
ทำไมมะละกอจึงช่วยบำรุงผิว
นอกจากเราจะกินมะละกอสุก เพื่อทำให้ถ่ายคล่อง ไม่เป็นโรคริดสีดวงทวารหนักแล้ว ผลไม้ชนิดนี้ยังช่วยให้สุขภาพดี เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซี ซ้ำยังช่วยบำรุงรักษาเส้นเลือดฝอยให้มีความแข็งแรง มีสารช่วยทำให้รอยฟกช้ำดำเขียวจางหายไปได้ ช่วยเสริมสร้าง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาปรับสภาพผิวให้มีความสดใส เปล่งปลั่ง และดูอ่อนกว่าวัย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันจากรังสีอุลตร้าไวโอเลตนักวิจัยค้นพบว่าในมะละกอมีสารเบต้าแคโรทีนเป็นจำนวนมาก และยังช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งช่วยให้ผิวหนัง กระดูกเนื้อเยื่อ และฟัน แข็งแรง รวมทั้งมีอีลาสติน ช่วยในการทำงานของ เอ็น และกระดูกอ่อน นอกจากมะละกอจะทำให้สุขภาพดีจากภายในแล้ว เรายังมีสูตรพอกหน้าจากมะละกอมาเอาใจหนุ่มๆสาวๆที่อยากลดความมันบนใบหน้าด้วยค่ะ ขจัดความมัน ลบรอยด่างดำ นอกจากมะละกอจะมีจุดเด่นช่วยลดความมันบนใบหน้าได้แล้ว ยังช่วยลบรอยด่างดำได้ดี สามารถใช้ทำความสะอาดผิว ทำให้ผิวชุ่มชื่น และนิ่มนวล
สำหรับสูตรพอกผิวมีดังนี้
- สูตรมะละกอลบรอยด่างดำ : นำมะละกอสุกมาบดให้ละเอียด พอกหน้าทิ้งไว้สัก 10 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยให้ใบห้าที่มีรอยด่างดำดูดีขึ้น
- สูตรพอกผิวมะละกอ-กล้วยหอม : สูตรนี้จะช่วยทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นอย่างเห็นได้ชัดเลยละคะ
ส่วนผสม
- มะละกอสุกบด 3 ช้อนโต๊ะ
- กล้วยหอมบด 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
- มะนาว 1 ช้อนชา
วิธีทำ
ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ใส่กระปุกที่มีฝาปิด แช่เย็นไว้ให้เย็น นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ใส่กระปุกที่มีฝาปิด แช่เย็นไว้ให้เย็น นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
3.สูตรผิวเนียน
ส่วนผสม
- มะละกอสุกบด 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 3 ช้อนชา ใครที่มีผิวค่อนข้างมัน หรือมีผิวผสมมักกังวลใจกับใบหน้าที่มันเยิ้มอยู่ตลอดเวลาใช่ไหมคะ เพราะไม่ว่าจะหน้าร้อน หน้าฝน หรือแม้แต่หน้าหนาว หน้ามันๆก็ยังตามมาหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา
ยิ่งไปกว่านั้น สิวเจ้ากรรมก็ยังขึ้นเห่อเต็มหน้า คิดแล้วก็ได้แต่เจ็บช้ำระกำใจอยู่คนเดียว พอคิดจะพึ่งยาแก้สิว นอกจากจะทำให้สิ้นเปลืองเงินแล้ว ยังแอบกลัวว่าจะมีผลข้างเคียงตามมา เพราะเห็นเพื่อนบางคนหน้าลอก แล้วตามมาด้วยหน้าดำเพราะเผลอไปตากแดดช่วงที่หมอห้าม
คงมีอีกหลายคนที่ลังเลว่าจะใช้ยาของหมอดี หรือใช้สมุนไพรจากธรรมชาติดี ถ้าเลือกใช้สมุนไพรจากธรรมชาติ สิ่งที่ควรทราบอย่างหนึ่งคือ ต้องใจเย็นๆค่ะ เพราะไม่สามารถเห็นผลเร็วเหมือนการใช้ยาที่ทำจากสารเคมี แต่ข้อดีคือไม่ต้องกลัวสารตกค้าง สำหรับหนุ่มๆสาวๆที่ประสบปัญหาหน้ามัน ปั้นสวยด้วยมือคุณมีสูตรพอกหน้าจากมะละกอมาฝาก แต่ก่อนอื่นไปรู้จักสรรพคุณของมะละกอกันก่อนค่ะ
ปลูกมะละกอได้ทั้งอาหารและยา
ถ้าบ้านไหนยังเหลือเนื้อที่ว่างๆ แล้วยังไม่รู้จะปลูกอะไรดี อยากชวนให้มาลองปลูกมะละกอกันค่ะ สักต้นสองต้นก็ยังดี นอกจากจะได้มะละกอไว้ทำส้มตำหรือ แกง ผัดแล้ว ในยามฉุกเฉินมะละกอก็ยังเป็นยาสามัญประจำบ้านได้อีกด้วย เพราะตามตำราแพทย์แผนไทย มะละกอมีสรรพคุณแก้ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ถ่ายพยาธิ ขับประจำเดือน แก้โรคระดู แก้ธาตุไม่ปรกติ แก้โรคกระเพาะอาหาร แก้ร้อนใน เป็นยาบำรุงธาตุ
ใครที่ถูกตะขาบต่อย ให้กรีดลูกมะละกอดิบ เอายางที่ไหลซึมออกมานั้นป้ายลงที่แผลซึ่งถูกตะขาบต่อย อาการปวดจะดีขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถนำลูกมะละกอมาต้ม เอาน้ำดื่ม แก้เมาสารหนู หรือจะใช้แก้อาการปวดฟัน โดยนำเปลือกต้นมะละกอกับเกลือทะเล ใส่หม้อดินต้มน้ำพอควร เคี่ยวให้เดือดนานสักครู่หนึ่ง ใช้น้ำยาอมเวลา เช้า-เย็น อาการปวดฟันจะดีขึ้นภายใน 3 วัน (สูตรนี้มีคำยืนยันจากผู้ที่เคยใช้บอกว่าได้ผลดีชะงัดนัก)
ทำไมมะละกอจึงช่วยบำรุงผิว
นอกจากเราจะกินมะละกอสุก เพื่อทำให้ถ่ายคล่อง ไม่เป็นโรคริดสีดวงทวารหนักแล้ว ผลไม้ชนิดนี้ยังช่วยให้สุขภาพดี เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซี ซ้ำยังช่วยบำรุงรักษาเส้นเลือดฝอยให้มีความแข็งแรง มีสารช่วยทำให้รอยฟกช้ำดำเขียวจางหายไปได้ ช่วยเสริมสร้าง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาปรับสภาพผิวให้มีความสดใส เปล่งปลั่ง และดูอ่อนกว่าวัย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันจากรังสีอุลตร้าไวโอเลต
นักวิจัยค้นพบว่าในมะละกอมีสารเบต้าแคโรทีนเป็นจำนวนมาก และยังช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งช่วยให้ผิวหนัง กระดูกเนื้อเยื่อ และฟัน แข็งแรง รวมทั้งมีอีลาสติน ช่วยในการทำงานของ เอ็น และกระดูกอ่อน นอกจากมะละกอจะทำให้สุขภาพดีจากภายในแล้ว เรายังมีสูตรพอกหน้าจากมะละกอมาเอาใจหนุ่มๆสาวๆที่อยากลดความมันบนใบหน้าด้วยค่ะ ขจัดความมัน ลบรอยด่างดำ นอกจากมะละกอจะมีจุดเด่นช่วยลดความมันบนใบหน้าได้แล้ว ยังช่วยลบรอยด่างดำได้ดี สามารถใช้ทำความสะอาดผิว ทำให้ผิวชุ่มชื่น และนิ่มนวล
สำหรับสูตรพอกผิวมีดังนี้
- สูตรมะละกอลบรอยด่างดำ : นำมะละกอสุกมาบดให้ละเอียด พอกหน้าทิ้งไว้สัก 10 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยให้ใบห้าที่มีรอยด่างดำดูดีขึ้น
- สูตรพอกผิวมะละกอ-กล้วยหอม : สูตรนี้จะช่วยทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นอย่างเห็นได้ชัดเลยละคะ
ส่วนผสม- มะละกอสุกบด 3 ช้อนโต๊ะ
- กล้วยหอมบด 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
- มะนาว 1 ช้อนชา
วิธีทำ
ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ใส่กระปุกที่มีฝาปิด แช่เย็นไว้ให้เย็น นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
3.สูตรผิวเนียน
ส่วนผสม- มะละกอสุกบด 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 3 ช้อนชา
- กลิ่นลาเวนเดอร์เล็กน้อย
วิธีทำ- ผสมทุกอย่างในถ้วยให้เข้ากัน แล้วนำไปแช่ในน้ำร้อนให้ส่วนผสมทั้งหมดพออุ่นๆ
- นำไปพอกหน้า ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นๆบิดให้พอหมาดๆปิดทิ้งไว้สัก 15 นาทีแล้วล้างออก
- กลิ่นลาเวนเดอร์เล็กน้อย
วิธีทำ
- ผสมทุกอย่างในถ้วยให้เข้ากัน แล้วนำไปแช่ในน้ำร้อนให้ส่วนผสมทั้งหมดพออุ่นๆ
- นำไปพอกหน้า ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นๆบิดให้พอหมาดๆปิดทิ้งไว้สัก 15 นาทีแล้วล้างออก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น